» ข่าวประชาสัมพันธ์
» ความรู้เรื่องภาษีท้องถิ่น
» สถานะทางการเงินการคลัง
» ข้อมูลสถิติด้านการเงินการคลัง
» การบริหารงานด้านการคลัง
» การประชุมคณะกรรมการ กวพ.
» ระเบียบการเงินการคลัง
» บำเหน็จบำนาญ
» ตรวจสอบฎีกาเบิกจ่ายเงิน
» บทความเศรษฐกิจการคลัง
» บทความทางวิชาการ
» การพาณิชย์กรุงเทพมหานคร
» สาระน่ารู้
» ความรู้ด้านการบัญชี
» จัดซื้อจัดจ้าง
» แกลลอรี่
» ดาวน์โหลด
» ประวัติสำนักการคลัง
กุมภาพันธ์ 2562
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
     12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
วันนี้ : 19 กุมภาพันธ์ 2562


จำนวนผู้เยี่ยมชมทั้งหมด

ผู้ออนไลน์ขณะนี้ 1313 คน
 ทั้งหมด 5106006510600651060065106006510600651060065106006 คน

 

 


กำหนดวิธีปฏิบัติและแบบหนังสือรับรองและขอเบิกบำเหน็จดำรงชีพกรณีผู้รับบำนาญอายุตั้งแต่ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

 
 

เรียน ผู้รับบำนาญของกรุงเทพมหานคร
ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ (ฉบับที่ 2)

พ.ศ. 2552 เพื่อกำหนดให้ผู้รับบำนาญส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอายุตั้งแต่ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ที่กำหนดในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือน ที่ได้รับแต่ไม่เกิน 200,000.- บาท เป็นให้ขอรับได้ในอัตรา 15 เท่าของบำนาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000.- บาท

ดังนั้นเพื่อให้การขอรับบำเหน็จดำรงชีพกรณีดังกล่าว เป็นไปตามกฎกระทรวง จึงขอให้ท่านที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จดำรงชีพปฏิบัติ ดังนี้

1. ผู้รับบำนาญที่ประสงค์จะขอรับบำเหน็จดำรงชีพ กรณีอายุตั้งแต่ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะต้องมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันที่แจ้งความประสงค์

2. ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับเงินบำเหน็จดำรงชีพครั้งแรก ไม่เกิน 200,000-. บาทไปแล้ว มีประสงค์จะขอรับบำเหน็จดำรงชีพกรณีนี้อีก ให้กรอกรายละเอียดในแบบฯ และมายื่นแบบได้ที่กองบำเหน็จบำนาญ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2552 และสำนักการคลังโดยกองบำเหน็จบำนาญจะโอนเงินบำเหน็จดำรงชีพดังกล่าว เข้าบัญชีเฉพาะธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน ประเภทออมทรัพย์และเผื่อเรียก เท่านั้น ในสิ้นเดือนกันยายน 2552

3. ผู้รับบำนาญซึ่งไม่ได้ยื่นแบบตามข้อ 2. หากประสงค์จะขอรับบำเหน็จดำรงชีพกรณีนี้ สามารถยื่นแบบฯ ได้ที่กองบำเหน็จบำนาญ ภายในวันที่ 20 ของทุกเดือน และสำนักการคลังโดยกองบำเหน็จบำนาญจะโอนเงินบำเหน็จดำรงชีพ กรณีดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารตามที่ผู้รับบำนาญได้แจ้งความประสงค์ไว้แล้ว ในสิ้นเดือนถัดไป

4. ผู้รับบำนาญซึ่งยังไม่เคยขอรับบำเหน็จดำรงชีพมาก่อน หากมีความประสงค์จะขอบำเหน็จดำรงชีพ

ครั้งนี้สามารถกรอกรายละเอียดในแบบฯ และยื่นแบบฯ ได้ที่กองบำเหน็จบำนาญ สำนักการคลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง วันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี

5. เงินบำเหน็จดำรงชีพจะโอนเข้าบัญชีธนาคารเท่านั้น โดยผู้รับบำนาญทางธนาคารที่แจ้งความประสงค์ขอรับบำเหน็จดำรงชีพครั้งนี้ กองบำเหน็จบำนาญจะโอนเงินบำเหน็จดำรงชีพ ดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารที่รับบำนาญ และสำหรับผู้รับบำนาญเป็นเงินสด ที่ได้แจ้งความประสงค์ขอรับเงินฯ ครั้งนี้ ให้แนบสำเนาบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด ประเภทออมทรัพย์ หรือธนาคารออมสิน ประเภทเผื่อเรียก ซึ่งผู้รับบำนาญเป็นเจ้าของบัญชีและพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง สำนักการคลังโดยกองบำเหน็จบำนาญจะโอนเงินบำเหน็จดำรงชีพ ดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารตามที่ได้แจ้งความประสงค์ไว้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 


ผู้ที่ได้รับบำเหน็จดำรงชีพครั้งแรกไม่ถึง 200,000.- บาท หมดสิทธิได้รับบำเหน็จดำรงชีพในครั้ง เนื่องจากบำเหน็จดำรงชีพที่ได้รับครั้งแรก(เงินบำนาญครั้งแรก (ไม่รวม ชคบ.) x 15 เท่า) ไม่ถึงสองแสนบาท ส่วนที่เหลืออีก 15 เท่าของบำนาญ เป็นของทายาทตามกฎหมาย

 

สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร

เบอร์โทรศัพท์ 02-221-2141-69  แฟกซ์ 02-225-8464 173 ถ.ดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กทม. 10200
Copyright © 2009 Finance Department BMA. All right reserved www.fdbma.net